หวนคะนึง ถึงวัน อันแสนเศร้า
เมื่อเรา ได้เห็น เป็นไฉน
วัฏจักร ความชอบธรรม อยู่หนใด
ฉันจึงไม่ ศรัทธา ในสิ่งนั้น
หวนไปตรอง ตรองไตร่ ใจคร่ำคิด
ว่าชีวิต มีสิ่งใด น่าใฝ่ฝัน
เสรีภาพ คราบน้ำตา มาปนกัน
สิ่งสิ่งนั้น นั่นหรือคือ ความชอบธรรม
ใต้แนวกรอบ ขอบเขต แบ่งอายุ
ที่ระบุ แบ่งชั้น ความสูงต่ำ
เกิดเป็นคน ไม่เห็นค่า ปัญญานำ
โดนล้วงล้ำ เสรี ที่ศรัทธา
ฉันจึงยัง คงหยัดยืน ในวิถี
ที่ที่มี แต่คน ถวิลหา
โลกฉันสวย ด้วยการบ่ม ของปัญญา
ใช่แก่กว่า ชี้นำ ให้ทำตาม
วุฒินันท์ สมคะเณ ประพันธ์
ความคิดที่ว่าโลกสวยมันเป็นความคิดในหลักการมองโลกในแง่ดีที่ทุกคนล้วนเข้าใจและเห็นตรงกันว่า การหลีกเลี่ยงสภาวะแห่งทุกข์ที่ดีที่สุดคือการมองโลกในแง่ดี แต่บางครั้งความคิดโลกสวยมันก็เหมือนกับเป็นเบ้าหลอมที่ละลายให้ความเสื่อมถูกนำมาเจือปนภายใต้สิ่งที่ปฏิบัติกันมา (บางคนเรียกสิ่งๆนั้นว่าวัฒนธรรม ???) กลายเป็นสิ่งที่สร้างความหวาดกลัวในสังคมไทยได้ในระดับหนึ่งไม่มากก็น้อย
สภาพสังคมไทยที่สืบต่อกันมาหลายยุคสมัยตลอดระยะเวลาที่มีชนชาติไทยในแผ่นดินมา ต้องยอมรับว่าสิ่งสิ่งหนึ่งที่หลอมให้คนไทยได้ชื่อว่าคนมีมารยาท เพราะเราให้ความนับถือคนที่ทุกคนไม่ว่าจะเจอคนที่รู้จักหรือไม่รู้จักก็ตาม ไม่ว่าจะอายุระดับไหน เราก็มีวัฒนธรรมการไหว้ที่เหมาะแก่ขั้นนั้นๆ ซึ่งนับว่าเป็นเสน่ห์สำคัญที่นอกจากจะทำให้เรามีเอกลักษณ์ของชาติที่ดีงามแล้วนั้น มันยังเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดตาดึงดูดใจ ให้แก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวนมากต้องหันมาใส่ใจเรียนรู้ วัฒนธรรมอันนี้มากขึ้น
แต่ไม่รู้ว่าเกิดจากอะไรจึงมีเหตุการณ์การวาดวลีให้คนก้มหน้าชม ประนมมือไหว้ ทั้งๆที่สิ่งนี้ คือวัฒนธรรมอันดีงาม บางครั้งการที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น มันก็ตอกย้ำให้เราได้คิดว่า รากฐานแห่งวัฒนธรรมไทย ถูกหลอมละลายด้วยสิ่งบางสิ่งให้มันกลายเป็นสิ่งที่ต้องทำด้วยความจำใจ โดยปกติพื้นฐานของความเป็นชาวไทยนั้น สอนให้คนให้ความเคารพทุกคนอยู่แล้ว แต่การที่มาเจอสภาวการณ์เช่นนี้ บางครั้งมันก็น่าเบื่อนะ เพราะว่าโดยปกติ ปุถุชน ถ้าเจอแล้วไม่ไหว้ก็ไม่เห็นมีใครว่า แต่ถามว่าเรื่องแค่นี้ต้องทำให้สภาพการดำเนินชีวิตของคนคนหนึ่งต้องประสบกับชะตากรรมที่แสนจะเลวร้าย ด้วยการพบการแดกดัน การตำหนิ การต่อว่า ถามว่ามันดีแล้วหรือไม่ แต่ก็ต้องยอมรับว่า คนบางคนเราไม่รุ้จัก เราต้องไว้หรือ??? สังคมปัจจุับันมันดำเนินชีวิตยากขนาดนั้น ยอมรับว่าการตัดสินใจเขียนบทความบทความนี้ ย่อมต้องได้รับการติชมจากหลายคน แต่บางครั้งในสภาวะที่มันสุดจะทน การโยนความคิดของคนคนนึงทิ้งแล้วโถมว่า เขาทำให้คนอื่นควบคุมไม่ได้ บางทีมันก็อาจจะไม่ถูกต้อง
ต้นเหตุมันเกิดจากอะไร มันพูดยากนะว่าต้นเหตุของการเกิดปรากฏการณ์ก้มหน้าชม ประนมมือไหว้ ในกลุ่มคนบางกลุ่มมันเกิดจากอะไร แต่คิดว่าสภาวะดังกล่าวนอกจากเป็นสภาวะที่จะทำให้สังคมเดินไปในเส้นทางที่ผิดแล้วนั้นมันยังบอกถึงความเป็นความเสื่อมทางวัฒนธรรมที่ถูกคนบางจำพวกผูกขาด ให้เราเป็นคนผิดหากเราไม่ประนมมือไหว้เราจะได้รับการลงโทษขั้นรุนแรง สิ่งๆสิ่งมันนับว่าเป็นความอัปยศที่สุดที่เคยได้พบเจอ มันยากที่จะทำความเข้าใจในตรรกะและความคิดของพวกเขาเหล่านั้น แต่ถึงอย่างไรก็ตาม เราก็คงจะได้ตอบสนองความต้องการของพวกเขาเหล่านั้น ใน งานศพของพวกเขาเอง เอวัง.....
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น