โดยปกติการสอบ O-NET ก็จะมีการสอบทุกปีอยู่แล้ว ซึ่งจะจัดสอบโดยสถาบันทดสอบทางการศึกษา หรือที่หลายคนรู้จักในนามของ สทศ. ซึ่งในการสอบแต่ละปีจะมีการเปรียบเทียบช่วงคะแนนของปีก่อนเสมอ ล่าสุด ปี ๒๕๕๔ เมื่อได้มีการเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ย ของ ม.๖ จำนวน ๘ รายวิชานั้น จะเห็นได้ว่าคะแนนเฉลี่ย ลดลงถึง ๕ รายวิชาด้วยกัน จึงกลายเป็นประเด็นที่ว่า O-NET นั้นสามารถวัดมาตรฐานทางการศึกษาของเด็กไทยได้จริงหรือ?
จุดประสงค์หลักของการใช้คะแนนO-NET ของเด็กนักเรียนนั้นมีจุดประสงค์หลักเพื่อจะนำคะแนนไปใช้ในการยื่นแอดมิชชั่นเสียมากกว่า จึงไม่จำเป็นต้องห่วงเลยว่า เด็กนั้นจะไม่ตั้งใจทำข้อสอบเพราะหากลองดูจากสัดส่วนการใช้คะแนนแล้ว O-NET ก็ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ชี้ชะตาการเลือกแอดมิชชั่นของเด็กนักเรียนจึงไม่จำเป็นที่จะต้องนำอนาคตมาเสี่ยงไว้กับการไม่ตั้งใจทำข้อสอบ เพราะฉะนั้นปัญหาคะแนนต่ำอาจจะเกิดจากตัวข้อสอบซึ่งอาจจะพูดได้หลายทางดังนี้
๑.ข้อสอบออกนอกหลักสูตร
๒.การเรียนการสอนของนักเรียนในโรงเรียนถูกจัดไม่ตรงกับหลักสูตรของรัฐบาล
๓.เหตุผลอื่นๆ
จึงทำให้การตอบโจทย์ที่แท้จริงของการศึกษาอาจจะไม่สมบูรณ์ว่าการเรียนเพื่อให้ให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่แท้จริงนั้นเราควรเรียนเพื่ออะไรระหว่างการเรียนเพื่อที่จะแอดมิชชั่นเข้ามหาวิทยาลัยดังๆ หรือการเรียนเพื่อนำความรู้มาปรับใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อประโยชน์ในการช่วยรังสรรค์ความเจริญสู่ประเทศ
ซึ่งหากการเรียนเพื่อนำความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันแล้วนั้น O-NET ก็อาจจะไม่ได้มีความสำคัญเลยในการชี้วัดมาตรฐานทางการศึกษาเพราะต่างคนต่างก็มีความคิดที่จะเรียนจบมาเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการช่วยเหลือและพัฒนาประเทศชาติ
วันอังคารที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2555
วันอังคารที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2555
พี่สอนน้อง ตอนการตัดสินใจ
การตัดสินใจ
ในการตัดสินใจเลือกคณะเพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยจากการสังเกตพฤติกรรมของเหล่าผู้ที่ศึกษาในระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่๖ นั้น จะมีการเลือกคณะเพื่อสอบเข้าดังนี้
๑.ใจรัก -เป็นการเลือกสอบในคณะที่เรารักและใฝ่ฝัน ในมหาวิทยาลัยต่างๆ
๒.ตามเพื่อน(ลองข้อสอบ) - เป็นการเลือกสอบในคณะที่เพื่อนส่วนใหญ่สมัครสอบกันเลยสมัครด้วยบางครั้งอาจจะพบว่าเราถูกใจในภายหลัง
๓.ตามใจบุพการี - เป็นการเลือกสอบในคณะ มหาวิทยาลัยต่างๆตามที่ใจบุพการีต้องการ แม้ว่าเราอาจจะไม่ชอบคณะนั้นเลยสักนิด
ส่วนเกณฑ์ที่นิยมใช้ตัดสินใจเลือกคณะประกอบก็จะแบ่งได้ดังนี้
๑. วิชาที่ชอบ + วิชาที่เชี่ยว
๒. อุปนิสัยส่วนตัว
๓. อาชีพที่ใฝ่ฝัน
๔. แนวทางในการประกอบอาชีพ
๕. คำแนะนำจากบุคคลอื่่นๆ
๖. อื่นๆ
----------------------------------------------------------------------------------------------------------
ซึ่งการตัดสินใจนี้อาจจะทำให้เรารู้ได้อย่างแน่ใจว่า เราชอบในคณะอะไร มหาวิทยาลัยไหน ในบางครั้งเรื่องนี้ก็ถือเป็นละเอียดอ่อน ในการตัดสินใจเลือกเรียนต่อ
"จงเชื่อมั่นในศีลธรรมและปฏิบัติตนให้เหมาะสม
จะรวยจะจนก็ถือว่าเป็นยอดคน ถ้าเป็นคนดี"
P"POND 6/5
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)