วันอังคารที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2555

O-NET คือมาตรฐานทางการเรียนรู้ของเด็กไทยจริงหรือ?

                       โดยปกติการสอบ O-NET ก็จะมีการสอบทุกปีอยู่แล้ว ซึ่งจะจัดสอบโดยสถาบันทดสอบทางการศึกษา หรือที่หลายคนรู้จักในนามของ สทศ. ซึ่งในการสอบแต่ละปีจะมีการเปรียบเทียบช่วงคะแนนของปีก่อนเสมอ ล่าสุด ปี ๒๕๕๔ เมื่อได้มีการเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ย ของ ม.๖ จำนวน ๘ รายวิชานั้น จะเห็นได้ว่าคะแนนเฉลี่ย ลดลงถึง ๕ รายวิชาด้วยกัน จึงกลายเป็นประเด็นที่ว่า O-NET นั้นสามารถวัดมาตรฐานทางการศึกษาของเด็กไทยได้จริงหรือ?

                       จุดประสงค์หลักของการใช้คะแนนO-NET ของเด็กนักเรียนนั้นมีจุดประสงค์หลักเพื่อจะนำคะแนนไปใช้ในการยื่นแอดมิชชั่นเสียมากกว่า จึงไม่จำเป็นต้องห่วงเลยว่า เด็กนั้นจะไม่ตั้งใจทำข้อสอบเพราะหากลองดูจากสัดส่วนการใช้คะแนนแล้ว O-NET ก็ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ชี้ชะตาการเลือกแอดมิชชั่นของเด็กนักเรียนจึงไม่จำเป็นที่จะต้องนำอนาคตมาเสี่ยงไว้กับการไม่ตั้งใจทำข้อสอบ เพราะฉะนั้นปัญหาคะแนนต่ำอาจจะเกิดจากตัวข้อสอบซึ่งอาจจะพูดได้หลายทางดังนี้
 ๑.ข้อสอบออกนอกหลักสูตร
 ๒.การเรียนการสอนของนักเรียนในโรงเรียนถูกจัดไม่ตรงกับหลักสูตรของรัฐบาล
 ๓.เหตุผลอื่นๆ

จึงทำให้การตอบโจทย์ที่แท้จริงของการศึกษาอาจจะไม่สมบูรณ์ว่าการเรียนเพื่อให้ให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่แท้จริงนั้นเราควรเรียนเพื่ออะไรระหว่างการเรียนเพื่อที่จะแอดมิชชั่นเข้ามหาวิทยาลัยดังๆ หรือการเรียนเพื่อนำความรู้มาปรับใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อประโยชน์ในการช่วยรังสรรค์ความเจริญสู่ประเทศ
                        ซึ่งหากการเรียนเพื่อนำความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันแล้วนั้น O-NET ก็อาจจะไม่ได้มีความสำคัญเลยในการชี้วัดมาตรฐานทางการศึกษาเพราะต่างคนต่างก็มีความคิดที่จะเรียนจบมาเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการช่วยเหลือและพัฒนาประเทศชาติ

วันอังคารที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2555

พี่สอนน้อง ตอนการตัดสินใจ

การตัดสินใจ

       ในการตัดสินใจเลือกคณะเพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยจากการสังเกตพฤติกรรมของเหล่าผู้ที่ศึกษาในระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่๖ นั้น จะมีการเลือกคณะเพื่อสอบเข้าดังนี้

๑.ใจรัก -เป็นการเลือกสอบในคณะที่เรารักและใฝ่ฝัน ในมหาวิทยาลัยต่างๆ

๒.ตามเพื่อน(ลองข้อสอบ) - เป็นการเลือกสอบในคณะที่เพื่อนส่วนใหญ่สมัครสอบกันเลยสมัครด้วยบางครั้งอาจจะพบว่าเราถูกใจในภายหลัง

๓.ตามใจบุพการี - เป็นการเลือกสอบในคณะ มหาวิทยาลัยต่างๆตามที่ใจบุพการีต้องการ แม้ว่าเราอาจจะไม่ชอบคณะนั้นเลยสักนิด

ส่วนเกณฑ์ที่นิยมใช้ตัดสินใจเลือกคณะประกอบก็จะแบ่งได้ดังนี้

๑. วิชาที่ชอบ + วิชาที่เชี่ยว

๒. อุปนิสัยส่วนตัว 

๓. อาชีพที่ใฝ่ฝัน

๔. แนวทางในการประกอบอาชีพ

๕. คำแนะนำจากบุคคลอื่่นๆ 

๖. อื่นๆ

----------------------------------------------------------------------------------------------------------

ซึ่งการตัดสินใจนี้อาจจะทำให้เรารู้ได้อย่างแน่ใจว่า เราชอบในคณะอะไร มหาวิทยาลัยไหน ในบางครั้งเรื่องนี้ก็ถือเป็นละเอียดอ่อน ในการตัดสินใจเลือกเรียนต่อ 




"จงเชื่อมั่นในศีลธรรมและปฏิบัติตนให้เหมาะสม
จะรวยจะจนก็ถือว่าเป็นยอดคน ถ้าเป็นคนดี"


P"POND 6/5