คืนสงัดพรั่งพรูดูโหดร้าย
แสงไฟฉายเสียงเพรียกเรียกโหยหา
เสียงเย้ยหยันหวั่นใจในชะตา
ชีวิตข้าต้องสุงสิงสิ่งน่ากลัว
รอยยิ้มแห้งแฝงใจใฝ่ความเหี้ยม
ฤาผีเสี้ยมโหยหวนชวนเวียนหัว
เสียงหัวร่อก็เปี่ยมด้วยใจมืดมั
แสงสลัวไฟฉายใต้เพดาน
เยาะยะเย้ยหยิบยื่นความเย้ยหยัน
กรูมากันดังผีไม่มีศาล
ภายใต้คราบคนดีมีจิตวิญญาณ
คือซาตานแฝงด้วยไฟใฝ่อบาย
สาดคำเสียเรี่ยหล่นปนคำลวง
มีผลพวงแห่งความร้างทางฉิบหาย
ทนเดินหน้าฝ่ามันกั้นใจวาย
ไม่กล้ำกลายเกลือกกลั้วกลัวกล้ำ กลืน
ยังได้ยินเสียงกระหยิ่มที่ยิ้มเ ยาะ
คงหมายเพราะต้องการจะหยิบยื่น
เอาคำเย้ยคำหยันให้ยันยืน
ไม่อาจฝืนกลืนกล้ำเกินจำใจ
จึงเดินด้ำจ้ำเท้าก้าวให้สุด
หมายจะหลุดพ้นที่มีแสงใส
ไม่หลุดยอมกลืนคำเพราะจำใจ
จึงจากไปทางกว้างจำร้างลา
แม้จะนึกเสียดายอยู่นิดนึง
แต่ไม่ถึงเศร้าสรดหมดแรงขา
ชีวิตต้องเดินด้วยใจใช่ชะตา
ออกแรงขาก้าวเดินใหม่สดใสเอย
---//--- วุฒินันท์ สมคะเณ ประพันธ์
ภายใต้คราบคนดีมีจิตวิญญาณ
คือซาตานแฝงด้วยไฟใฝ่อบาย
สาดคำเสียเรี่ยหล่นปนคำลวง
มีผลพวงแห่งความร้างทางฉิบหาย
ทนเดินหน้าฝ่ามันกั้นใจวาย
ไม่กล้ำกลายเกลือกกลั้วกลัวกล้ำ
ยังได้ยินเสียงกระหยิ่มที่ยิ้มเ
คงหมายเพราะต้องการจะหยิบยื่น
เอาคำเย้ยคำหยันให้ยันยืน
ไม่อาจฝืนกลืนกล้ำเกินจำใจ
จึงเดินด้ำจ้ำเท้าก้าวให้สุด
หมายจะหลุดพ้นที่มีแสงใส
ไม่หลุดยอมกลืนคำเพราะจำใจ
จึงจากไปทางกว้างจำร้างลา
แม้จะนึกเสียดายอยู่นิดนึง
แต่ไม่ถึงเศร้าสรดหมดแรงขา
ชีวิตต้องเดินด้วยใจใช่ชะตา
ออกแรงขาก้าวเดินใหม่สดใสเอย
---//--- วุฒินันท์ สมคะเณ ประพันธ์